บุรีรัมย์ จัดเสวนา กัญชา-กัญชง พืชเสพติดพัฒนาใช้ในการแพทย์  พร้อมต่อยอดเป็นพืชสร้างเศรษฐกิจชาติ

0
278

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. วิสาหกิจเพลาเพลินเพื่อชุมชน จัดการเสวนา การพัฒนานำสมุนไพร กัญชา กัญชง มาใช้เป็นยารักษาทางด้านการแพทย์ และนำความรู้การปลูกกัญชา-กัญชง ผลักดันวิสาหกิจฯ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านการใช้พืชสมุนไพรสร้างเศรษฐกิจไทย โดยมีกลุ่ม องค์กรหน่วยงาน ภาครัฐ และเอกชน คณาจารย์ นักวิจัยและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกว่า 100 คน  ณ ห้องประชุม ฟลอร่ารูม เพลาเพลิน บุรีรัมย์

ดร.วีระชัย ณ นคร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการเพาะปลูก วิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพร เพลาเพลินเพื่อชุมชน และ อนุกรรมการชุดใหญ่ร่างพิจารณากฎหมาย การปลูกกัญชาและกัญชงไทย กล่าวว่า ทางอนุกมธ.ฯ มีความเห็นร่วมกันที่จะผลักดันให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจครบวงจรตัวใหม่ของไทย และสามารถเข้าแข่งขันในตลาดระดับเอเชีย ยุโรป และอเมริกา พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าถึงทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง การพาณิชย์ และปลูกเพื่อประโยชน์ในครัวเรือน

การวิเคราะห์ศึกษาในปัจจุบันพืชกัญชา-กัญชง มีการผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทย ซึ่งจะนำมาเป็นรายได้ให้กับเกษตรกร รวมทั้งประชาชนในภาคอุตสาหกรรมด้วย เพราะตลาดกัญชงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านภาคการเกษตร  โดยพบว่าประเทศไทยมีความเหมาะสมหลายด้าน อาทิ ความเหมาะสมของอุณหภูมิ วิถีชุมชนของเกษตรกร ดังนั้นถ้านำกัญชงมาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในประเทศไทยได้สำเร็จ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ด้านการผลิตและการเพาะปลูกได้ทำการศึกษาพืชกัญชงสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อนำมาเพิ่มเติมจากเดิมที่มีเพียง 4 สายพันธุ์  (RPF1 – 4) เนื่องจากความหลากหลายของสายพันธุ์ไม่เพียงพอต่อการผลิตในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งกัญชงแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน ซึ่งเหมาะสมกับภูมิศาสตร์ที่ต่างกันไป บางพันธุ์อาจเด่นด้านการให้เส้นใยมาก บางพันธุ์ให้เมล็ดมาก หรือบางพันธุ์ให้สาร THC และ CBD ปริมาณมาก เป็นต้น  ซึ่งสายพันธุ์พื้นบ้านของไทยนั้นมีคุณภาพที่ดี ชาวบ้านคุ้นเคยมานาน จึงควรได้รับการพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง  และในอนาคตแต่ละสายพันธุ์จะค่อยๆ มีการเพิ่มเติมมากขึ้นต่อไป เพื่อครอบคลุมความต้องการของตลาด

นางพรทิพย์ อัษฏาธร ผู้ทรงคุณวุฒิวิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพร เพลาเพลินเพื่อชุมชน
อนุกรรมการร่างมาตรฐานสารสกัดกัญชง, สนง.มาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า  วิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพร เพลาเพลินเพื่อชุมชน ได้การขับเคลื่อนยกระดับมาตรฐานสมุนไพรไทยรวมทั้งสมุนไพรกัญชาและกันชงร่วมกับภาครัฐและเอกชน มาโดยตลอด

นอกจากนี้ ยังได้รับการร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมท่องเที่ยวภาคอีสานในการยกระดับสมุนไพรไทยเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวแบบ Wellness Tourism ด้านความเป็นเลิศทางสมุนไพรของภูมิภาคอีสาน

นางสาวธนพร  พรสง่ากุล นักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์เคมี ประจำวิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพร เพลาเพลินเพื่อชุมชน  กล่าวว่า วิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพลาเพลินเพื่อชุมชน ร่วมมือกับชาวบ้าน เริ่มต้นทำการปลูกกัญชาในระบบปิด เพื่อใช้เป็นฟาร์มปลูกกัญชาที่ได้มาตรฐาน เพื่อส่งให้กับโรงพยาบาลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้มาตรฐาน GAP ในการผลิตยาจากสมุนไพรทั้งในรูปแบบแผนปัจจุบัน และแผนไทย ในช่วงของการเริ่มต้น’วิสาหกิจชุมชนเพลาเพลิน’ ปลูกกัญชาใน 2 สายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศ โดยปลูกทั้งหมดเกือบ 230 ต้น ได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลิตยากัญชาส่งให้กับโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 9 นครชัยบุรินทร์ ซึ่งประกอบไปด้วยนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งมีกว่า 20 โรงพยาบาล

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานสาธารณสุข บุรีรัมย์ (สสจ.) โรงพยาบาลคูเมือง และ วิสาหกิจศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพร เพลาเพลินเพื่อชุมชน มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางด้านวิชาการ การวิจัยด้านการใช้พืชสมุนไพรสำหรับการรักษา และผลักดันส่งเสริมการปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อวิสาหกิจฯ ไทย นำไปสู่การพัฒนาและการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านต่างๆ ในเชิงบูรณาการ

#วิสาหกิจเพลาเพลินเพื่อชุมชน #การพัฒนานำสมุนไพรกัญชากัญชง #บุรีรัมย์ #โดนใจไทยแลนด์ #BaanBaanTV #PSI73 #PSI117 #INFOSAT72 #Gmmz71 #IPM218 #สำนักข่าวThainews7 #สมาคมสื่อสารมวลชนพัฒนาธุรกิจ

วาทิตย์ แสนธุปี สำนักข่าวThainews7 บุรีรัมย์ รายงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here