รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล ปลุกปั้นมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.)ขึ้นแท่นอุทยานแห่งการเรียนรู้

0
329

หากจะเอ่ยถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยที่มีชื่อชั้นครบเครื่องเรื่องวิชาการและการกีฬาในยามนี้ ชื่อของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) หรือ BANGKOKTHONBURI UNIVERSITY (BTU) ย่อมมาเป็นเบอร์ต้นๆ ที่ผู้คนกล่าวถึง เพราะความที่วางรากฐานทางการศึกษามาหลายสิบปี จึงบ่มเพาะวิชาการความรู้ได้อย่างครบถ้วนกระบวนความ ด้วยการปลุกปั้นของ รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มกธ. คนนี้

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (มกธ.) หรือ BANGKOKTHONBURI UNIVERSITY (BTU)

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล กล่าวว่า เราถือว่า มกธ. เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของแหล่งความรู้ทางการศึกษา ที่นี่เสมือนอุทยานแห่งการเรียนรู้ เรากล้าพูดว่าเป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ทุกด้าน เรามีพื้นที่กว้างขวางให้ความร่มรื่นมาก ในทางกายภาพสามารถทำให้สถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ผู้เรียนได้ความรู้และพักผ่อนหย่อนใจไปในตัว ผู้ปกครองที่เข้ามาเห็นต่างชื่นชอบ

เพราะเป็นอุทยานที่เป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ มีคณะและสาขาครบทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรม แต่ในภาวะแบบนี้ วิทยาศาสตร์สุขภาพ นับเป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคณะอื่นๆ เพราะเรื่องวิทยาศาสตร์สุขภาพจะเกี่ยวข้องกับคณะพยาบาลศาสตร์ซึ่งเรามีครบนักศึกษาพยาบาลจบไป 10 รุ่นแล้ว และปีการศึกษา 2562 มกธ.จะเปิดคณะทันตแพทยศาสตร์รุ่นแรก ซึ่งผู้ปกครองและนักศึกษาเมื่อเห็นข่าวรวมถึงหลักสูตรของเราที่ดำเนินการมาแล้วต่างพึงพอใจ ตอนนี้กำลังเปิดรุ่นที่ 2 ใกล้จะเต็มแล้ว เปิดรับแค่40 คนเท่านั้น

 นอกจากนี้ จุดเด่นอีกด้านของ มกธ. คือ กลุ่มผู้เรียนที่มีความพร้อมมากที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้มีงานทำแล้ว มีกิจการเป็นของตัวเองแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหลายร้อยล้านพันล้านบาท รัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่น ผู้เรียนในกลุ่มนี้สามารถติวประสบการณ์ให้กับน้องๆ รุ่นหลังได้ เมื่อคนกลุ่มที่เพียบพร้อมด้วยหน้าที่ทางการงาน มาเรียนที่ มกธ. เราแค่เติมองค์ความรู้ในด้านของวิชาการให้เขา เป็นการเติมเต็มในกระบวนการคิดให้ทฤษฎีเขา ที่สำคัญหลายเรื่องคณาจารย์กับลูกศิษย์มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ซึ่งกันและกัน ลูกศิษย์รู้ในเรื่องของภาคปฏิบัติ อาจารย์มีในเรื่องทฤษฎีก็มาแชร์กัน นับว่าเป็นประโยชน์มาก

อธิการบดีหญิงเก่งแห่ง มกธ. กล่าวต่อว่า อีกกลุ่มที่ต้องประคับประคอง คือกลุ่มน้องๆ ที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาตอนปลาย แบ่งเป็นกลุ่มที่ผู้ปกครองมีความพร้อม หรือกลุ่มที่มีความตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี กับกลุ่มที่คุณพ่อคุณแม่ขาดทุนทรัพย์ ก็จะมีกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่รัฐบาลสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่มหาวิทยาลัยเติมเต็มก็คือ เรามีสวัสดิการให้นักศึกษาด้วย คือการมีหอพักระดับมาตรฐานให้อยู่ฟรี น้ำไฟมหาวิทยาลัยจะรับภาระให้กับลูกศิษย์ เปิดความตั้งใจว่าเราช่วยเหลือนักศึกษาจริง ๆ และเป็นจุดที่ภูมิใจมาก เมื่อเด็กจบไปแต่ละรุ่นแล้ว มีงานทำประสบความสำเร็จ นักศึกษาจะเขียนจดหมาย โทรศัพท์มาขอบคุณอธิการ กับมหาวิทยาลัยที่ได้ดูแลเขาตั้งแต่เขายังอ่อนแอ แต่ปัจจุบันน้องๆ เหล่านี้จบปริญญาตรี จบปริญญาโท

จบปริญญาเอก มีความเข้มแข็งแล้ว นับเป็นความประทับใจของอาจารย์ที่ได้ช่วยลูกศิษย์จนเข้มแข็งยืนได้ด้วยขาของตัวเอง

 “เราเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรก ที่เปิดสอนระดับปริญญาโท คณะทันตแพทยศาสตร์ เปิดในสาขาทันตแพทย์จัดฟัน ซึ่งสาขานี้เปิดยากต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาสอน และยังมีสาขาวิชาโลจิสติกส์ก็ได้รับความนิยมมากๆ นักศึกษาจบมาหลายรุ่น แต่ละรุ่นประสบความสำเร็จ เพราะสอนจริงส่งปฏิบัติงานฝึกงานจริงๆ เรียกว่านักศึกษาได้ทั้งความรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนไม่ว่าลูกศิษย์ที่จบการท่องเที่ยว การโรงแรม พยาบาลศาสตร์ เราให้ฝึกทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติงานจริง และภาคปฏิบัติมีแล็บในมหาวิทยาลัย และแล็บ นอกมหาวิทยาลัย อีกทั้งในหลายสาขาที่ให้ไปฝึกไปปฏิบัติทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การท่องเที่ยวการโรงแรมนักศึกษาจะถูกส่งไปฝึกงานต่างประเทศเราส่งเสริมนักศึกษา Learning by Doing ตรงนี้สำคัญ ถ้าผู้เรียนรู้แต่ในด้านทฤษฎีแต่ปฏิบัติไม่เป็นจะเป็นปัญหาตามมา”

 สำหรับจุดแข็งด้านการกีฬาของ มกธ.นั้น เรามีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการกีฬา ซึ่งมีทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท เห็นผลเป็นรูปธรรม เป็นความภูมิใจของคนทำการศึกษา เพราะเราเปิดสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา โดยที่นักกีฬาของ มกธ. สามารถชนะเลิศการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยเป็นเจ้าเหรียญทองมาแล้ว 3 สมัยติดต่อกัน และยังเป็นเจ้าเหรียญทองที่ครองแชมป์สถิติทำเหรียญทองได้สูงสุดตั้งแต่มีกีฬามหาวิทยาลัยเป็นต้นมา

 กับวิถีชีวิตแบบ New Normal จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิต แม้กระทั่งในเรื่องของการจัดการศึกษาที่เน้นไปที่รูปแบบออนไลน์ ซึ่ง รศ.ดร.บังอร ทิ้งท้ายว่า สำหรับ มกธ.นั้น มีความพร้อมมาก เพราะก่อนหน้านี้ เรามองแล้วว่าโลกปัจจุบันการเดินทางไม่สะดวก รถติด มลภาวะเยอะ เราจึงเปิดการศึกษาทางไกล เรียนออนไลน์ทั้งในคณะบริหารธุรกิจ, รัฐศาสตร์ ทั้งปริญญาตรีและโท รวมถึงโลจิสติกส์ มีหลักสูตรของการศึกษาทางไกล เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนั้นในปีการศึกษา 2564 เราจะเปิดคณะแพทยศาสตร์ ระหว่างช่วงระยะเวลา 3 ปีนี้อยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อม ดีไซน์หลักสูตร หาสถาบันพี่เลี้ยง ซึ่งเราได้โรงพยาบาลในเครือของกรุงเทพมหานคร เป็นโรงพยาบาลที่รับลูกศิษย์ไปเรียนปี 4, 5, 6 ในชั้นคลินิกต่อไป

 

#สื่อสารมวลชนพัฒนาธุรกิจ  

#โดนใจไทยแลนด์

#baanbaantvPSI73,117

#thainews7 #สำนักข่าวthainews7

#ตุ๊กเตอร์-กิน-เที่ยว

#พากินพาเที่ยว

#PRESS

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here