“ยังไม่มีการแพร่กระจายเชื้อในเชียงใหม่” พ่อเมืองลงนามประกาศจังหวัดถึงสถานการณ์โควิด-19 ยันทีมสอบสวนโรคเก็บตัวอย่างตรวจแล้วกว่า 600 ราย ล้วนผลเป็นลบ

0
160

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

 แจงสั่งทุกพื้นที่ยกระดับการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคแล้ว วอนพี่น้องประชาชนการ์ดอย่าตก “สวมหน้ากาก เว้นระยะ เช็คอิน ไทยชนะ”

วันที่ 3 ธ.ค. 63 เวลา 17.30 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 โดยระบุว่า ด้วยปรากฎว่าพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รายที่ 42, 43 และ 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม 2563 ซึ่งผลการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยทั้งหมดได้ติดเชื้อและเดินทางมาจากต่างประเทศ ปัจจุบันได้รับการรักษาตัวและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ข้อมูลจากการติดตามผู้สัมผัสและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ณ วันที่ 2 ธ.ค. 2563 เวลา 10.00 น. พบว่าได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้แล้ว 88 คน จากทั้งหมด 90 คน ทราบผลตรวจแล้วเป็นลบทั้งหมด

โดยทุกคนอาการปกติดี จะได้รับการกักกันภายในสถานที่ที่กำหนดและติดตามโดยเจ้าหน้าที่จนครบ 14 วัน นอกจากนั้นยังได้ตรวจผู้สัมผัสในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและกลุ่มอื่น ๆ ร่วมด้วยไปแล้วทั้งสิ้นรวม 523 ราย ทั้งหมดผลเป็นลบ จากข้อมูลดังกล่าวทำให้มั่นใจได้ว่า

ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานของการแพร่กระจายเชื้อในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจะได้ดำเนินการติดตามผู้สัมผัสโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิดตลอดระยะจนครบ 14 วันหลังจากการสัมผัสวันสุดท้าย

จังหวัดเชียงใหม่ได้ยกระดับมาตรการในการป้องกันโรคทั้งจังหวัด โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคทุกระดับ ออกตรวจตรา ติดตาม และกำชับให้สถานประกอบการทุกประเภทในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการของตน โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ และการลงทะเบียนในแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” โดยรายงานผลการปฏิบัติให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ทราบทุกวัน พร้อมทั้งสุ่มตรวจโรคโควิด-19 ในเชิงรุกสำหรับพนักงานที่มีโอกาสสัมผัสกับบุคคลอื่นในสถานประกอบการทุกแห่ง

นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้อาสาสมัครโควิดหมู่บ้าน – ชุมชน ค้นหาผู้เข้าไปในหมู่บ้านหรือชุมชนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น อีกทั้งได้สั่งการให้บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอชายแดนทุกอำเภอ จัดชุดลาดตระเวนช่องทางเข้าออกธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด และจังหวัดเชียงใหม่ได้หารือกับภาคเอกชน ในการร่วมกันวางมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จังหวัดเชียงใหม่จึงได้ดำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) อย่างเข้มงวดในทุกสถานที่ และการดูแลตนเองของประชาชน

ขอบคุณ ภาพ-ข่าว ข้อมูล:เพจ EkakarbKao

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here